ลดน้ำหนักอย่างไรไม่ให้โยโย่



โยโย่เอฟเฟกต์ (Yo-Yo Effect) คืออะไร?

โยโย่เอฟเฟกต์ (Yo-Yo Effect) คือ ภาวะที่น้ำหนักตัวดีดขึ้นอย่างรวดเร็ว คำว่า โยโย่ (Yo-Yo) ให้นึกถึงของเล่นชนิดหนึ่งซึ่งหมุนโดยแกนและเชือก เมื่อเราเล่นโยโย่เราต้องจับลูกโยโย่เหวี่ยงลงพื้น หากเราออกแรงเหวี่ยงลงอย่างแรง ลูกโยโย่ก็จะดีดกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็วและแรงเช่นกัน เราจึงเรียกการดีดขึ้นของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วว่า โยโย่เอฟเฟกต์ (Yo-Yo Effect)

สาเหตุของการเกิด โยโย่เอฟเฟกต์ (Yo-Yo Effect)

  1. ลดปริมาณการกินแบบหักโหม หรือพยายามกินให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ วิธีนี้เป็นวิธีที่ทรมาน และส่งผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะร่างกายจะคิดว่าเรากำลังจะตาย จึงหวงไขมันมากขึ้น และเปลี่ยนไปสลายกล้ามเนื้อแทน ซึ่งน้ำหนักที่ลดลงอาจเป็นเพราะกล้ามเนื้อที่ถูกสลายไป แต่ไขมันยังคงอยู่หรืออาจลดลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งยังทำให้ระบบเผาผลาญแย่ลงด้วย



  2. ออกกำลังกายหนัก แต่กินน้อยลงมาก วิธีนี้เสี่ยงต่อการกล้ามเนื้อสลาย และระบบเผาผลาญพังได้เช่นกัน เนื่องจากต้องใช้พลังงานมาก อาจเกิดความเหนื่อยล้า และขาดสารอาหารที่จะไปซ่อมแซมส่วนที่ถูกใช้งานอย่างหนักได้


วิธีลดน้ำหนักแบบไม่โยโย่

  1. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และควรรับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ ไม่ควรอดมื้อใดมื้อหนึ่ง



  2. ลดหวาน ลดมัน พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง แต่ไม่จำเป็นต้องอดแบบ 100% เพียงแค่ต้องลดปริมาณลงเท่านั้น



  3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พยายามขยับร่างกายบ่อย ๆ หรือเลือกออกกำลังกายที่ตัวเองถนัดหรือชื่นชอบ แต่ไม่ควรหักโหมมากเกินไป



เมื่อเริ่มลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าหมายสูง เพราะหากตั้งเป้าหมายสูงเกินไป อาจเป็นการกดดันตัวเอง และเมื่อทำไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็อาจรู้สึกเครียด ท้อแท้ และล้มเลิกการลดน้ำหนักในที่สุด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็อาจส่งผลให้เกิดการโยโย่ได้ ทางที่ดีแนะนำให้เลือกวิธีที่คิดว่าทำแล้วมีความสุขที่สุด และสามารถทำต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอได้นานที่สุด