รังแค...รังควาน


รังแครังควาน

หลายคนคงรู้จักรังแคเป็นอย่างดี บางคนอาจจะรู้ซึ้งมากเป็นพิเศษเนื่องจากเกิดขึ้นกับตัวเอง แม้ว่ารังแคจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงหรือเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตก็ตาม แต่มันก็สร้างความรำคาญให้กับตัวคุณและคนที่อยู่ใกล้ชิด คนที่มีรังแคมักมีอาการคันร่วมด้วย อาการคันศีรษะจะมีมากขึ้นหลังจากสระผมมาแล้วหลายวัน บางทีมีมากจนกระทั่งโปรยปรายลงมาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า
บางคนก็มีอาการคันมากจนต้องเผลอเกาศีรษะต่อหน้าสาธารณะจนกระทั่ง ผมเผ้ากระเซิงไม่เป็นรูปทรงทำให้เสียบุคลิกไม่น้อย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีรังแค อย่าปล่อยให้รังแค...มารังควานชีวิตคุณได้ ก็ควรรีบหาทางแก้ไขโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นนอกจากจะมีรังแคแล้ว

อาจทำให้ผมร่วงมากขึ้นจนผมบาง หรือศีรษะล้านไปเลยก็ได้

รังแคคืออะไร?

รังแคก็คือขุยบนศีรษะที่เกิดจากเซลล์หนังศีรษะมีลักษณะเป็นสะเก็ดสีขาวหรือสีเทาเงิน อาจเป็นขุยละเอียดหรือเป็นแผ่นติดอยู่ที่หนังศีรษะบางแห่งหรือบางบริเวณในบางคน และอาจอยู่ที่เส้นผมด้วย รังแค เกิดขึ้นได้บ่อยในวัยหนุ่มสาว ประมาณร้อยละ 50 ของชาวผิวขาวและผิวเหลืองจะมีรังแค คนไหนที่โชคร้ายมีรังแคก็จะเป็นอยู่เรื่อยไป มีมากมีน้อยก็แล้วแต่คนไม่เหมือนกัน บางคนอาจเป็นจนกระทั่งถึงอายุ 50 ปีเลยก็มี

รังแคเกิดจากอะไร?

มีโรคหลายๆ โรคที่เราไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไรกัน มักพบบ่อยๆ ว่าคนในครอบครัวเดียวกันมีโอกาสที่จะเป็นได้มากกว่าคนอื่นๆ ทั่วไป รังแคก็เป็นหนึ่งในโรคเหล่านี้ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมด้วย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 เป็นต้นมา เชื่อว่ารังแคเกิดจากการที่เซลล์ผิวหนังมีการแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ แต่ก็มีผู้ที่แย้งว่า การที่ผิวหนังแบ่งตัวเร็วก็เพราะขุยหลุดออกไปมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันพบว่าการให้ยาต้านเชื้อราบางชนิดทำให้รังแคลดลง ซึ่งยานี้ไม่ได้มีผลต่อการแบ่งเซลล์แต่อย่างใด จึงทำให้คิดว่ารังแคอาจเกิดจากการติดเชื้อที่หนังศีรษะก็ได้ เชื้อโรคที่พบที่หนังศีรษะในคนที่มีรังแคคือ Pityrosporon ovale และ P. orbiculare นอกจากนี้โรคบางอย่าง เช่น โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือ โรคของต่อมธัยรอยด์ ก็ทําให้เกิดรังแคขึ้นได้ โรคของหนังศีรษะเอง เช่น โรคเชื้อรา, โรคสะเก็ดเงิน หรือการแพ้สารเคมีบางชนิด เช่น น้ำยาดัดผม ยาย้อมผม ทำให้หนังศีรษะเกิดการอักเสบ สาเหตุต่างๆ เหล่านี้อาจทำให้เกิด รังแคขึ้นได้

การรักษารังแค

1. หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีต่างๆ กับหนังศีรษะให้มากที่สุด เช่น การดัดผม, การเซ็ทผมการใช้น้ำยาย้อมผม หรือน้ำมันแต่งผม รวมทั้งการใช้แชมพูที่แรงเกินไป

2. เวลาสระผม อย่าเกาศีรษะแรงเกินไป เพราะการเกามากๆ ยิ่งจะทำให้หนังศีรษะถลอกและเป็นการกระตุ้นหนังศีรษะให้ผลิตรังแคออกมามากขึ้น

3. เลือกใช้แชมพูที่มีสารที่สามารถกำจัดรังแคได้ ก่อนเลือกซื้อแชมพูขจัดรังแค ควรจะอ่านดูฉลากว่ามีสารที่ช่วยในการกำจัดรังแคผสมอยู่ด้วยหรือไม่ และควรเลือกแชมพูที่ไม่มีน้ำหอมหรือสีที่ผสมอยู่มาก เพราะสารเหล่านี้จะทำให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้น

4. ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูว่าหนังศีรษะมีโรคใดแอบแฝงอยู่หรือไม่ เพราะถ้าหากเป็นโรคเชื้อราที่หนังศีรษะ การใช้แชมพูที่มีตัวยาฆ่าเชื้อราผสมอยู่ ก็ทำให้รังแคหายขาดได้ ส่วนโรคอื่นๆ เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคหนังศีรษะอักเสบอื่นๆ มักมีขอบเขตชัดเจนและสะเก็ดที่เกิดขึ้นมักติดอยู่กับหนังศีรษะหรือเกิดที่บริเวณอื่นๆ ด้วย เช่น ขนคิ้ว, ใบหน้า, ใบหู หรือที่ลำตัว เป็นต้น โรคเหล่านี้ต้องการการรักษาด้วย ยาเฉพาะโรค จึงจะหายขาดได้ ทางที่ดีหากมีอาการดังกล่าวควรไปพบแพทย์จะเป็นการดีที่สุด


แชมพูขจัดรังแค

แชมพูขจัดรังแคที่มีขายทั่วไปในท้องตลาด มีมากมายหลายชนิด โดยทั่วไปแล้วจะมีสารใดสารหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบหลักในการรักษารังแค สารเหล่านั้นแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มที่มีสารยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์

แชมพูชนิดนี้จะมีส่วนผสมของสารจําพวก ซิงค์ไพริไธโอน (Zine pyrithione) หรือซิลิเนียมซัลไฟด์ (Selenium sulfide) ซึ่งจะออกฤทธิ์ควบคุมระยะเวลาการหลุดลอกของเซลล์ในชั้นหนังกำพร้าให้ยาวนานขึ้น จึงควบคุมการเกิดรังแคได้ เป็นแชมพูที่ปลอดภัยและได้ผลดี แต่มักมีกลิ่นไม่หอมนัก

2. กลุ่มที่มีสารลอกขี้ไคล

แชมพูชนิดนี้จะมีสารที่เป็นกรดซาลิไซลิค (Salicylic acid) และสารพวกซัลเฟอร์ (Sulfur) ออกฤทธิ์โดยทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นบน หรือชั้นขี้ไคลหลุดลอกออกไปเร็วขึ้น

3. กลุ่มที่มีสารกระจายขี้ไคล

แชมพูชนิดนี้จะมีสารพวกทาร์ (Tar) หรือน้ำมันดิน ออกฤทธิ์ช่วยให้สะเก็ดรังแคเล็กลงและหลุดร่วงง่าย แต่มีกลิ่นเหม็นฉุน เหมาะกับคนที่มีรังแคมันมาก หรือเป็นโรคสะเก็ดเงิน

 4. กลุ่มที่เป็นยาฆ่าเชื้อโรค

แชมพูชนิดนี้จะมีตัวยาผสมอยู่คือ คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ออกฤทธิ์ระงับการเจริญเติบโตของเชื้อราบางชนิด ได้ผลดีและมีกลิ่นหอมน่าใช้


การใช้แชมพูขจัดรังแค
ควรสระผมบ่อยตามจำนวนครั้งที่ระบุในฉลากข้างขวดหรือตามคำแนะนำของแพทย์ ในขณะสระผมควรนวดศีรษะเบาๆ ให้ทั่ว อย่าเกาหรือขยี้แรงๆ ควรหมักทิ้งไว้หลังสระประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้เต็มที่ เมื่อใช้แชมพูขจัดรังแคสระผมแล้ว ควรสังเกตดูว่าเริ่มมีอาการคันศีรษะหรือมีรังแคอีกกี่วัน เมื่อทราบแล้วก็ควรจะสระผมก่อนวันที่เริ่มมีรังแคหรืออาการคันศีรษะหนึ่งวัน และควรเลือกแชมพูขจัดรังแคชนิดอื่นมาใช้สลับกันบ้าง เพราะการใช้แชมพูขจัดรังแคชนิดใดชนิดหนึ่งนานๆ อาจทำให้รังแคดื้อยาได้

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเห็นได้ว่าแชมพูขจัดรังแคนั้นมีสารที่ออกฤทธิ์ในการรักษารังแคแตกต่างกันไป แชมพูขจัดรังแคบางชนิดอาจให้ผลดีเฉพาะบางคนเท่านั้น ดังนั้นหากคุณใช้แชมพูขจัดรังแคบางอย่างแล้วไม่ดีขึ้น ควรเลือกแชมพูขจัดรังแคที่ออกฤทธิ์ในการกำจัดรังแคกลุ่มอื่น ที่ระบุไว้ในฉลาก แต่หากทดลองใช้แชมพูต่างๆ แล้วรังแคก็ยังไม่ลดลง คุณควรจะรีบไปปรึกษาแพทย์จะดีกว่า เพราะรังแคที่เกิดขึ้นอาจจะมีโรคอื่นๆ ที่แอบแฝงอยู่ และหากปล่อยให้เป็นมากขึ้น ก็อาจลุกลามทำให้ผมร่วง ผมบางหรือศีรษะล้านได้

 

Cr.หนังสือคลินิกผิวสวย โดย นพ.กมลพรรธน์ เมฆวรวุฒิ